กว่าจะมาเป็นผ้าให้เราสวมใส่

Bales-of-Cotton

ก่อนจะมาเป็นตัวเสื้อที่สวมใส่นั้น เราจะนำฝ้ายมาผ่านกระบวนการผลิตเส้นด้าย โดยเฉพาะเสื้อยืดผ้าคอตตอนนั้นจะมีเบอร์เส้นด้ายแตกต่างกัน ในการปั่นเส้นด้ายจะมีการกำหนดความเล็กใหญ่ของเส้นด้าย ถ้าเราอยากจะได้ผ้าบางเราก็ใช้เส้นด้ายเบอร์เล็ก ถ้าเราอยากได้ผ้าหนาเราก็ใช้เส้นด้ายเบอร์ใหญ่ ยิ่งเบอร์เล็กมากก็มีกระบวนการในการปั่นเส้นด้ายที่ยากขึ้นตามขนาดด้าย ในปัจจุบันนี้ยิ่งเส้นด้ายเบอร์เล็กมากเท่าไหร่การปั่นก็ยิ่งยากขึ้นทำให้ราคาสูงขึ้นตามไปด้วย

ขนาดของเส้นด้ายจะมีผลต่อความหนาของผ้า โดยความหนาของผ้าจะวัดกันที่น้ำหนักผ้า หรือความหนาแน่นของเนื้อผ้ามีหน่วยเป็นกรัม ต่อตารางเมตร (g/m2) การวัดขนาดเส้นด้ายจะทำในหน่วยอังกฤษ เรียก NE โดยยิ่งค่ามาก เส้นด้ายจะยิ่งมีขนาดเล็ก ในวงการผ้ายืดปัจจุบันจะใช้เส้นด้ายอยู่แค่เบอร์ 17 20 30 32 40 พวกเสื้อยืด เสื้อผ้าแฟชั่นในปัจจุบันมักใช้เส้นด้ายเบอร์ 32 เป็นส่วนใหญ่ ส่วนเส้นด้ายเบอร์ 40 นั้นจะนิยมนำมาทำเป็นเสื้อผ้าเด็ก

18898900693_88ea5c4aaf_h

คุณภาพของเส้นด้ายจะขึ้นอยู่กับ
1. การวิธีการปั่นเส้นด้าย ลักษณะการปั่นเส้นด้ายจะแตกต่างกันไปตามเครื่องจักรและกระบวนการที่ใช้ โดยเกรดในการปั่นเส้นด้ายจะมีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
1.1 การปั่นแบบ Open End เป็นการปั่นที่ลดกระบวนการปั่นในบางขั้นตอนออกทำให้เส้นด้ายที่ผลิตมามีผลผลิตมากขึ้น แต่คุณภาพของเนื้อเส้นด้ายจะไม่สูง ผ้าที่ออกมาจะมีความกระด้างกว่าเส้นด้ายแบบอื่น

image10

1.2 การปั่นแบบ Ring จะมีกระบวนการผลิตที่ครบถ้วนกว่า OE ทำให้ได้เส้นด้ายที่มีคุณภาพสูงกว่า และในการปั่นแบบ Ring จะมีแยกคุณภาพของเส้นด้ายออกมาได้อีกหลายอย่าง โดยขึ้นอยู่กับการปรับความสูญเสียในการผลิตว่าจะให้มีมากน้อยแค่ไหน เช่น
•เส้นด้าย Card ก็เป็นการปั่น ring แบบหนึ่งจะมีการเอาของเสียออกจากกระบวนการผลิตน้อยทำให้เส้นด้ายมี คุณภาพที่ต่ำ มีความกระด้างสูง
•เส้นด้าย SEMI-COMBED ก็เป็นการปั่น ring แบบหนึ่งจะมีการสางของเสียออกจากฝ้ายในระดับหนึ่ง คุณภาพที่ได้ก็จะอยู่ระดับกลาง ร้านผ้าส่วนใหญ่มักจะนิยมใช้เส้นด้ายชนิดนี้
•เส้นด้าย COMBED เป็นการปั่นแบบ ring มีการใช้หวีมาสางเอาของเสียออกจากตัวเนื้อฝ้าย และเนื้อเส้นด้ายมากกว่าปกติ ทำให้เส้นด้ายที่ออกมามีคุณภาพสูง และมีความเนียนที่สูงกว่า เส้นด้ายอื่นๆ
2. คุณภาพของเส้นใย (ไฟเบอร์) นอกจากการลักษณะการปั่นแล้ว คุณภาพของเส้นด้ายก็ยังขึ้นกับ คุณภาพของ fiber ที่เอามาใช้ เช่น ฝ้ายที่ใช้ถ้ายิ่งมี fiber length ที่มาก (ความยาวไฟเบอร์) ก็จะได้เส้นด้ายที่มีคุณภาพสูง โดยฝ้ายที่ได้รับฉายาว่ามีคุณภาพสูงก็ได้แก่ Egyptian Cotton, Cotton USA

ขนาดของเส้นใยที่จะนำมาทอจะเป็นตัวกำหนดความหนา ความบางของเนื้อผ้า โดยใช้ตัวเลขเป็นตัวบอกขนาดของเส้นด้ายที่นำมาใช้ ตัวเลขยิ่งสูงจะบ่งบอกว่าเส้นด้ายมีขนาดเล็ก ผ้าที่ได้จะมีน้ำหนักเบาและมีความบาง โดยทั่วขนาดของเส้นด้ายมี 3 ขนาดได้แก่
1. Cotton No.20 เป็นผ้าที่มีเส้นด้ายขนาดใหญ่สุด ผ้าที่ทอได้จะมีความหนาและน้ำหนักมากทำให้ราคาสูงกว่า No.32 และ 40 หากเทียบกับเส้นใยเกรดเดียวกัน คุณภาพ ความทนทาน ความนุ่มเรียบเนียน และราคาขึ้นอยู่กับเกรดของเส้นใยที่ผลิต
2. Cotton No.32 เป็นผ้าที่มีเส้นด้ายขนาดเล็ก ผ้าที่ทอได้จึงมีความบาง เนื้อผ้ามีน้ำหนักเบากว่าเบอร์ 20 ทนทาน มีความนุ่มและเรียบเนียน
3. Cotton No.40 เป็นผ้าที่มีเส้นด้ายเส้นด้ายที่มีขนาดเล็กที่สุด ผ้าที่ทอได้จะมีความนุ่ม เรียบเนียนที่สุด และมีน้ำหนักเบา สวมใส่สบาย โดยมากจะทอเป็นเส้นคู่ และต้องมีระยะเวลาในการผลิต เนื่องจากผ้าไม่มีขายในตลาดค้าปลีกทั่วไป จึงต้องสั่งทอโดยตรงจากโรงงานทำให้มีราคาสูง

homepage-banner-long-1-2-fixes