อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองต้องทำอย่างไร

อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองต้องทำอย่างไร

“เบื่อเจ้านาย เบื่อบริษัท เบื่อเพื่อนร่วมงาน เบื่องาน ไม่อยากตื่นเช้าไปผจญรถติด อยากตื่นสาย ไม่อยากไปทำงาน วันนี้อยากหยุด อยากทำอะไรที่เป็นของตัวเอง ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปเต็มร้อย ได้กลับมาแค่เงินเดือนเพียงหยิบมือ ฯลฯ” เชื่อว่าความคิดมากมายเหล่านี้มีอยู่ในห้วงความคิดของทุกคน ต่างกันแค่ใครคิดแล้วลงมือทำ ใครคิดแล้วปล่อยไป พนักงานออฟฟิศหลายคนใช้เวลาหลังเลิกงานไปประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้เสริมให้ตนเองในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ บางคนโชคดีการลงทุนก็ให้ผลกำไรเป็นกอบเป็นกำ บางคนโชคร้ายเป็นหนี้เป็นสินก็มี แล้วถ้าเราคิดที่จะเริ่มทำธุรกิจของตัวเองบ้างเราควรเริ่มจากตรงไหน เรามาหาคำตอบกัน

banner15

1.ต้องสำรวจตนเองก่อนว่ามีความรู้ ความสนใจ และความสามารถด้านใด

การสำรวจตนเองนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง หลายคนไม่สามารถลงมือทำอะไรได้เพราะไม่รู้ว่าตนเองชอบหรือมีความสามารถด้านใด และถ้าได้คำตอบแล้วว่าตนเองมีความสามารถ หรือมีความสนใจด้านใดให้ลองศึกษาหาข้อมูลของสิ่งนั้นให้ละเอียดลึกซึ้ง เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่เราตอบตัวเองว่านี่คือสิ่งที่เรามีความถนัด หรือมีความชอบนั้นเราชอบมันจริงๆ ใช่หรือไม่ ความชอบและความถนัดเหล่านี้จะเป็นจุดแข็งทำให้เราสามารถทุ่มเทกับมันได้อย่างเต็มที่ เช่นถ้าเราชื่นชอบงานศิลปะและการออกแบบ เราก็ลองคิด ลองทำ ลองออกแบบงานศิลปะแบบที่เราชื่นชอบลงบนสิ่งต่างๆ ดูแล้วให้ผู้คนรอบข้างดูว่าเขามีความคิดความเห็นเป็นอย่างไรกับผลงานของคุณ เพื่อรวบรวมไว้เป็นข้อมูลในการลงทุนทำธุรกิจว่าสิ่งไหนได้รับความสนใจมากที่สุด รวมถึงศึกษาจากประสบการณ์ของผู้ที่ประสบความสำเร็จในสายงานนั้นๆ ดูด้วยว่าเขาทำอย่างไรถึงประสบความสำเร็จมีขั้นตอนใดบ้าง

  1. การสำรวจตลาด

เมื่อทดสอบจนแน่ใจแล้วว่าสิ่งที่เราชื่นชอบนั้นน่าจะสร้างรายได้ให้กับเราได้ ทีนี้ก็ลองสำรวจตลาดดูว่าสิ่งที่คุณสร้างสรรค์มานั้นเป็นที่ต้องการของตลาดมากน้อยแค่ไหน หรือมีคู่แข่งมากน้อยเพียงใด เพราะความต้องการของตลาดและคู่แข่งทางการค้าถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ควรศึกษาให้ละเอียดรอบคอบ เช่นทำเลที่เราต้องการจะขายเสื้อยืดสกรีนลายนั้นมีคู่แข่งมากน้อยเพียงใด ถ้ามีคู่แข่งมากนั่นหมายความว่าส่วนแบ่งทางการตลาดที่เราจะได้รับก็จะน้อยลง แถมการเป็นผู้ค้ารายใหม่อาจจะต้องทำการตลาดแบบหนักหน่วงเพื่อแย่งลูกค้าที่เป็นลูกค้าประจำของผู้ค้ารายเก่าให้มาเป็นของเราซึ่งอาจจะไม่คุ้มกับการเสี่ยง แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าสิ่งที่เราจะลงทุนทำนั้นเป็นของใหม่ การออกแบบแตกต่างจากเจ้าอื่น ก็จงรีบลงมือทำซะก่อนที่จะมีใครทำตัดหน้าเรา

  1. การหากลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

เมื่อสำรวจตนเองจนทราบแล้วว่าเรามีความถนัด ความสามารถด้านใดจนสามารถทำผลิตภัณฑ์ขึ้นมาได้ รวมถึงหาทำเลและสำรรวจตลาดจนแน่ใจแล้วว่าสามารถนำสิ้นค้าออกมาวางขายได้อย่างแน่นอน ขั้นตอนต่อไปคือต้องสำรวจว่าสินค้าที่เราผลิตมานั้นเราจะขายให้ใคร ควรกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้ชัดเจน เช่นถ้าเราจะขายเสื้อยืดสกรีนลายเราก็ต้องกำหนดว่ารูปแบบลายสกรีนที่เราออกแบบนั้นต้องการจะขายให้ลูกค้ากลุ่มใด หรืองานที่เราออกแบบนั้นเหมาะสมกับลูกค้ากลุ่มใด เพื่อให้ตรงกับความต้องการและรสนิยมของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเรา

  1. การวางแผนการตลาด

แน่นอนว่าทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง แต่จะเสียงมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการวางแผนของเราด้วย เช่นถ้าเราเลือกทำเลที่จะขายเสื้อยืดสกรีนลายแบบขายหน้าร้านอย่างเดียวอาจจะไม่พอ เราควรมีการทำประชาสัมพันธ์ทางสื่อโซเชียลอื่นๆ ด้วยเพื่อเพิ่มหนทางในการขาย หรือแม้กระทั่งการนำเสนอสินค้าของเรากับลูกค้าโดยตรง อาทิตามหน่วยงานต่างๆ ที่มักจะมีการประชุมสัมมนา หรือการจัดกิจกรรมตามวาระโอกาสพิเศษต่างๆ รวมไปถึงตามโรงเรียน ห้างร้าน ที่มักมีการจัดทำเสื้อยืดสกรีนลายเพื่อประชาสัมพันธ์องค์กร ทำแจกในงานกีฬา หรือทำแจกลูกค้าในวาระต่างๆ

banner14

 

  1. เตรียมตัวหาทุนเพื่อใช้ในการลงทุน

ทุนตั้งต้นในการลงทุนทำธุรกิจนั้นถือเป็นเงินก้อนใหญ่และมีความสำคัญมากเลยทีเดียว บางคนใช้เงินที่เก็บมาทั้งชีวิต บางคนขอยืมครอบครัว พ่อแม่ บางคนเครดิตดีหน่อยสามารถกู้จากสถาบันการเงินได้ แต่ถ้าเราไม่มีเงินเก็บ และไม่สามารถกู้ยืมใครได้จะทำอย่างไรล่ะ ข้อนี้ทำให้หลายคนเป็นกังวลและล้มเลิกความคิดที่จะทำธุรกิจของตัวเองไปก็มี บางคนต้องใช้เวลาเก็บเงินอีกหลายเดือนหลายปี ทำให้กว่าจะได้ลงมือทำก็เนิ่นนานจนสินค้าไม่เป็นที่ต้องการของตลาดแล้วก็มี ลองปรึกษาสถาบันการเงินดูหลายๆ ที่เพราะอาจจะมีสักที่ที่สามารถช่วยเหลือเราได้อย่างเพิ่งถอดใจ

(ตอนนี้มีบริษัทอย่าง บริษัท AbovePrint ที่เปิดโอกาสให้เจ้าของธุรกิจหน้าใหม่สามารถ “ลงทุนขายเสื้อยืด โดยไม่ต้องลงทุนก่อน” เพราะเล็งเห็นว่าธุรกิจขายเสื้อยืดสกรีนลายนั้นเป็นธุรกิจที่สามารถคืนทุนได้อย่างรวดเร็ว จึงได้ทำโครงการ“ลงทุน ขายเสื้อยืด โดยไม่ต้องลงทุนก่อน” ขึ้น)

  1. ขยันและอดทน

ขยันและอดทนอีกเรื่องที่สำคัญยิ่ง เพราะการเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองนั้นเราต้องทุ่มเทแรงกายและแรงใจมากกว่าที่เราทำงานประจำเสียอีก งานประจำที่เราทำถ้าเราไม่ไหวก็สามารถหยุดหรือแบ่งงานให้คนอื่นได้ แต่ธุรกิจของเราเราไม่สามารถแบ่งไปให้คนอื่นได้เลย พึงระลึกไว้เสมอว่า “นี่คือธุรกิจของเรา ถ้าเราไม่ทำแล้วใครจะทำ” มีบางคนต้องทำงานประจำ และทำธุรกิจส่วนตัวไปด้วยคนเหล่านี้ต้องมีความอดทนและขยันรวมไปถึงการแบ่งเวลาที่ดีอย่างมากไม่เช่นนั้นอาจเกิดความเสียหายได้

  1. ลงมือทำซะ

เมื่อทุกอย่างที่วางแผน และคิดว่าเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนแล้วจะรอช้าอยู่ใย จง “ลงมือทำซะ” เราเชื่อว่าถ้าคุณมีความตั้งใจไม่ว่าธุรกิจเล็กหรือใหญ่จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

info_%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7